jump to navigation

กฎหมายพาณิชย์เกี่ยวกับเรื่องสัญญาซื้อขายทั่วไป กุมภาพันธ์ 17, 2013

Posted by mado in : กฏหมายประเทศไทย, ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายพาณิชย์ , trackback

กฎหมายพาณิชย์เกี่ยวกับเรื่องสัญญาซื้อขายทั่วไป

ความหมายของการซื้อขาย

ถ้าจะพูดถึงสัญญาซื้อขายแล้ว ถ้าจะอธิบายง่ายๆ ก็คือ ข้อตกลงที่ต้องการจะเอาเงินไปแลกกับสิ่งของ โดยข้อตกลงนี้มีคนเกี่ยวข้องด้วยกันระหว่างคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป และเมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็ต้องส่งมอบเงินหรือสิ่งของให้กับอีกฝ่ายหนึ่งแล้วแต่กรณี จึงจะถือว่าเป็นการซื้อขายกันอย่างถูกต้องแล้ว

ถ้าจะว่าถึงการซื้อขายอย่างชาวบ้านนั้น ส่วนมากไม่ค่อยมีพิธีรีตองอะไรมาก โดยมากก็ยื่นหมูยื่นแมว แบบว่าเงินมาของก็ไป บางรายง่ายไปกว่านั้นก็มี เช่น ขอแปะเอาไว้ก่อนละกัน วันหลังค่อยเอาเงินมาจ่ายอีกที สุดท้ายจนแล้วจนรอดก็ไม่จ่าย เบี้ยวกันเสียดื้อๆ เลยก็มี หรือบางกรณีทีแรกก็ตกลงซื้อขายกันเสร็จแล้ว แต่ภายหลังเกิดไม่พอใจอะไรบางอย่างก็ขอยกเลิกการซื้อขายนั้นเสียเฉยๆ โดยที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็อย่างว่าละครับ เขาขอมาก็ก็เลยต้องจัดไป และที่ร่ายยาวมานั้นเป็นเรื่องของชาวบ้านที่มักจะทำอะไรที่ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก มักจะใช้วิธีประนีประนอมกันเสียส่วนใหญ่ ส่วนอะไรที่เห็นว่ายากก็ขอโนไว้ก่อน ส่วนหลักเกณฑ์ก็ไม่ต้องเอาอะไรกันมาก หยวนๆ กันครับ แต่พอเป็นเรื่องขึ้นมาทีไร กลายเป็นเรื่องใหญ่ๆ ทั้งนั้นแหละครับ
ที่นี้เรามาพูดกันในเรื่องของการซื้อขายตามกฎหมายกันบ้างนะครับ การซื้อขายก็คือ การที่บุคคลฝ่ายหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “ผู้ขาย” ได้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของตัวนั้นให้กับบุคคลอีกคนหนึ่ง ซึ่งเรียกตัวเองว่า “ผู้ซื้อ” ส่วนผู้ซื้อนั้นก็ตอบแทน “ผู้ขาย” ด้วยการให้เงินตามราคาของทรัพย์สินที่ได้รับมานั้นนั่นเองครับ
ผลของการทำสัญญา
ผลของการทำสัญญาหรือการทำข้อตกลงซื้อขายนั้น หากฝ่ายหนึ่งเสนอขาย แล้วอีกฝ่ายเสนอรับซื้อแล้ว ก็จะมีผลเป็นการซื้อขายโดยสมบูรณ์ทันทีโดยไม่ต้องไปรอให้มีการส่งมอบของที่ซื้อ หรือไม่ต้องรอให้เอาเงินมาชำระกันก่อน ทั้งนี้เพราะทั้งสองอย่างที่กล่าวมานี้สามารถทำกันได้ในภายหลังนั้นเอง ซึ่งนั้นก็ย่อมจะหมายว่า เมื่อมีการตกลงซื้อขายกันด้วยวาจาเรียบร้อยแล้ว ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ซื้อขายกัน ก็จะมีการเปลี่ยนไปเป็นของคนซื้อทันที ตามผลของกฎหมาย
การซื้อขายต้องทำสัญญาทุกกรณีหรือไม่
ตามปกติเมื่อมีการทำการซื้อขายกัน ก็ควรที่จะทำสัญญาซื้อขายกันไว้ให้ถูกต้องครบถ้วนทุกกรณี เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นมาเมื่อใด เราก็จะได้มีหลักฐานในการอ้างอิงกันได้ทันที
ส่วนกรณีตามกฎหมาย ได้กำหนดให้การซื้อขายที่มีราคาตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไป จะต้องมีหลักฐานการซื้อขายเป็นหนังสือและต้องมีลายมือชื่อของคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ จึงจะสามารถฟ้องร้องต่อศาลได้ แต่หากไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายกันไว้ อาจเพราะความเชื่อใจ หรือความพลั้งเผลออื่นๆ กฎหมายก็ได้เปิดช่องให้กับผู้ที่ซื้อขายที่ไม่ได้ทำสัญญาเป็นหนังสือ คือ หากใครได้วางเงินมัดจำกันไว้ หรือได้มีการส่งมอบทรัพย์สินที่ซื้อขายกันแล้ว หรือได้ชำระเงินค่าซื้อของไปแล้วบางส่วน อย่างนี้แม้ไม่ได้ทำสัญญากันไว้ แต่ก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลได้นะครับ
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการซื้อขายทั่วไปเท่านั้น ส่วนการซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์นั้นมีขั้นตอนการซื้อขายคนละอย่างกับการซื้อขายทั่วไป ดังจึงจะขอเอาไว้ว่ากล่าวกันในเรื่องต่อๆ ไปนะครับท่าน